วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

กีฬา Canoe/Kayak

Canoe/Kayak













{Canoe/Kayak} เรือแคนูมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายพันปี โดยชาวอินเดียนแดง ซึ่งเรือแคนูถูกสร้างขึ้นเพื่อการเดินทาง การค้าขาย การสงคราม และเพื่อการล่าสัตว์ รูปลักษณ์มีความต่างกันตามสภาพแวดล้อมถิ่นที่อยู่อาศัย เช่นเรือแคนูของชาวเมารีในประเทศนิวซีแลนด์มีความยาว 35 เมตร ใช้ฝีพายถึง 80 คน ชาวอินเดียนแดงในทวีปอเมริกาเหนือสร้างเรือแคนูจากหนังกวาง และเปลือกไม้เอิร์ซ (Birch bark) ส่วนชาวอียิปต์ทำมาจากเปลือกไม้พาพัยรัส (Papyrus reeds) ส่วนชาวโพลีนีเซียนใช้ท่อนซุงทำเรือแคนู ชาวเอสกิโมในประเทศกรีนแลนด์ได้สร้างเรือขึ้นมาชนิดหนึ่งโดยเรียกว่า คยัค มีลักษณะคล้ายเรือแคนูแต่มีฝาปิดเรือคยัคนี้ถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวอังกฤษที่ชื่อ Burrough ในปี ค.ศ.1556
ในเวลาต่อมาเรือแคนูเริ่มเป็นที่นิยมกันมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยกลางน้ำอันเชี่ยวกราดจึงได้มีการจัดตั้งเป็นสหพันธ์เรือแคนูนานาชาติ (International Canoe Federtion –I.C.F) ขึ้นในปี ค.ศ.1700 ได้มีการผลักดันกีฬาเรือแคนูให้เป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิกเกมส์เมื่อปี ค.ศ.1928 และอีก 12 ปีต่อมากีฬาเรือแคนูก็ได้บรรจุลงในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างถาวร ในการกีฬาจะใช้คำว่าเรือแคนูซึ่งหมายถึงทั้งเรือแคนูและคยัครวมกัน เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าในการจัดการแข่งขัน กีฬาเรือแคนูก็เป็น 1 ประเภทของกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันนั้นด้วย


ข้อบังคับและกติกาการแข่งขัน

1 ใช้ข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2544 และ
ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (ฉบับที่ 3) และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546

2 เรือกรรเชียงใช้กติกาการแข่งขันของ สหพันธ์เรือกรรเชียงนานาชาติ (INTERNATIONAL ROWING FEDERATION - FISA) และกติกาการแข่งขันของสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ที่กำหนดไว้ในระเบียบ

3 เรือแคนู/คยัคใช้กติกาการแข่งขันของ สหพันธ์เรือแคนูนานาชาติ (INTERNATIONAL CANOE
FEDERATION - ICF) และกติกาการแข่งขัน

4.ใช้กติกาการแข่งขันของสมาคมเรือพายประเพณีภาคพื้นเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้
SOUTH EAST ASIAN TRADITIONAL BOAT ASSOCIATION (SEATBA) และกติกาการ
แข่งขันของสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

5.ในกรณีที่เกิดปัญหาใด ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับและกติกาการแข่งขันดังกล่าว การวินิจฉัยใน
กรณีนั้น ๆ ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการพิจารณาการประท้วง ข้อ 3.1 และ 3.2 แล้วแต่กรณี
และคำตัดสินของคณะกรรมการดังกล่าวถือเป็นสิ้นสุด



คุณสมบัติของนักกีฬา






ต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ตามข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (ฉบับที่ 3) และ
(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546 หมวดที่ 5 ข้อที่ 19

1 . ประเภทการแข่งขัน รวม 3 ประเภท 16 รายการ ดังนี้
1.1 เรือกรรเชียง {Rowing} 4 รายการ
- กรรเชียง ชาย 1 คนพายคู่ รุ่นทั่วไป ระยะ 700 เมตร (MEN SINGLE SCULLS - M1X)
- กรรเชียง ชาย 2 คนพายคู่ รุ่นทั่วไป ระยะ 700 เมตร (MEN DOUBLE SCULLS - M2X)
- กรรเชียง หญิง 1 คนพายคู่ รุ่นทั่วไป ระยะ 700 เมตร (WOMEN SINGLE SCULLS – W1X)
- กรรเชียง หญิง 2 คนพายคู่ รุ่นทั่วไป ระยะ 700 เมตร (WOMEN DOUBLE SCULLS - W2X)


1.2 เรือแคนู/คยัค {Canoe/Kayak} 8 รายการ
- คยัค ชาย 1 คน (K1) ระยะ 500 เมตร - คยัค ชาย 2 คน (K2) ระยะ 500 เมตร
- คยัค ชาย 1 คน (K1) ระยะ 700 เมตร - คยัค ชาย 2 คน (K2) ระยะ 700 เมตร
- คยัค หญิง 1 คน (K1) ระยะ 700 เมตร - คยัค หญิง 2 คน (K2) ระยะ 700 เมตร
- คยัค หญิง 1 คน (K1) ระยะ 500 เมตร - คยัค หญิง 2 คน (K2) ระยะ 500 เมตร


1.3 เรือยาวประเพณี {Traditional Boat Race} 4 รายการ
- เรือยาว ชาย 5 ฝีพาย ระยะ 500 เมตร
- เรือยาว ชาย 5 ฝีพาย ระยะ 700 เมตร
- เรือยาว หญิง 5 ฝีพาย ระยะ 500 เมตร
- เรือยาว หญิง 5 ฝีพาย ระยะ 700 เมตร










จำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขัน

และเจ้าหน้าที่ทีม




1 แต่ละภาคส่งทีมเข้าแข่งขันได้ 4 ทีม (ชาย 2 ทีม, หญิง 2 ทีม)
2 จำนวนนักกีฬาในแต่ละทีม
2.1 เรือกรรเชียง นักกีฬาชาย จำนวน 4 คน นักกีฬาหญิง จำนวน 4 คน
- เรือกรรเชียง 1 คน พายคู่ ไม่มีสำรอง
- เรือกรรเชียง 2 คน พายคู่ สำรอง 1 คน
2.2 เรือแคนู/คยัค นักกีฬาชาย จำนวน 4 คน นักกีฬาหญิง จำนวน 4 คน
- เรือคยัค 1 คน ไม่มีสำรอง
- เรือคยัค 2 คน สำรอง 1 คน
2.3 เรือยาวประเพณี นักกีฬาชาย จำนวน 6 คน นักกีฬาหญิง จำนวน 6 คน - เรือยาวประเพณี 5 ฝีพาย สำรอง 1 คน รวมเป็น 6 คน
2 ผู้ควบคุมทีม
2.1 เรือกรรเชียง ผู้จัดการทีมชาย 1 คน ทีมหญิง 1 คน
2.2 เรือแคนู/คยัค ผู้จัดการทีมชาย 1 คน ทีมหญิง 1 คน
2.3 เรือยาวประเพณี ผู้จัดการทีมชาย 1 คน ทีมหญิง 1 คน

หลักเกณฑ์การแข่งขันการคัดเลือกในระดับภาค จะจัดการแข่งขันในระยะทางเดียวเท่านั้น ตามความเหมาะสมของสนามแข่งขัน โดยนำทีมชนะเลิศในภาค อันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ส่งเข้าแข่งขันรอบสุดท้ายภาคละ 2 ทีม ให้นักกีฬาทีมเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติและทีมชนะเลิศการแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ในปีนั้น ๆ เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายโดยไม่ต้องแข่งขันคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาระดับภาค รวมเป็น 12 ทีม ทั้งนี้นักกีฬาสามารถลงแข่งขันประเภทเรือกรรเชียง หรือเรือแคนู/คยัค หรือเรือยาวประเพณี อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

วิธีการจัดการแข่งขัน1 สนามแข่งขันยาว 700 เมตร มีลู่พาย 4 ลู่ กว้างลู่ละ 12 เมตร
2 รอบแรก (Heat) แข่งขันแบบแบ่งสาย ๆ ละ 3-4 ทีม โดยวิธีจับฉลากแบ่งสาย
3 คัดทีมชนะที่ 1 และ 2 ในรอบแรก (Heat) ของ แต่ละสายเข้ารอบรองชนะเลิศ (Semi Final)
4 ทีมแพ้ในรอบแรก (Heat) ของทั้ง 3 สาย รวม 4 ทีม จะแข่งขันครั้งที่สองในรอบแก้ตัว (Repechage) คัดทีมที่ชนะที่ 1 และ 2 ในรอบแก้ตัวเข้ารอบรองชนะเลิศ (Semi Final) จัดระบบลู่โดยใช้กติกาสากล
5 ทีมชนะที่ 1 และ 2 ในรอบรองชนะเลิศ (Semi Final) รวมเป็น 4 ทีม ไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ (Final)




การจับฉลากแข่งขัน


1 การจับฉลากแบ่งสาย, ลู่พายและหมายเลขเรือ ในรอบแรก (Heat) จะกระทำในการ
ประชุมผู้จัดการทีม หรือในการประชุมจับฉลากแบ่งสาย ครั้งที่ 2 และในวันประชุมผู้จัดการทีม สามารถบอกเปลี่ยนแปลงรายชื่อนักกีฬา หรือยกเลิก หรือเพิ่มรายการแข่งขันได้ ทั้งนี้ต้องไม่ทำให้กำหนดการแข่งขันเปลี่ยนแปลง
2 ในรอบรองชนะเลิศ (Semi Final) และรอบสุดท้ายรอบชิงชนะเลิศ (Final) กำหนดวิธีการ จัดลู่ตามระบบสากล



ข้อปฏิบัติในการแข่งขัน




















1.การสมัครเข้าร่วมแข่งขัน
การสมัครเข้าแข่งขัน ต้องปฏิบัติตามว่าด้วยการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (ฉบับที่ 3) และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546หมวดที่ 6 ข้อที่ 23 และข้อที่ 24 หากไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด จะหมดสิทธิ์การเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้

2 การยืนยันรายชื่อนักกีฬา
จะต้องยืนยันรายชื่อนักกีฬา พร้อมตำแหน่งต่าง ๆ และผู้เล่นสำรองของแต่ละทีมให้
คณะกรรมการจัดการแข่งขันในวันประชุมผู้จัดการทีม
ภายหลังการประชุมผู้จัดการทีม จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายการแข่งขันได้

3.การรายงานตัว
3.1 ทุกทีมที่เข้าแข่งขัน จะต้องมารายงานตัว ก่อนการแข่งขันประเภทนั้น ๆ 30 นาที
พร้อมบัตรประจำตัวนักกีฬา และจะต้องอยู่ในพื้นที่กำหนด จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้
ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น
3.2 ผู้จัดการทีมหรือผู้ฝึกสอนประจำทีม จะได้รับอุปกรณ์การแข่งขันทุกอย่างตามจำนวนที่
กำหนด ณ ที่รายงานตัว
3.3 จะต้องตรวจสภาพและจำนวนอุปกรณ์ที่ได้รับ หากมีการชำรุดเสียหาย หรือไม่ครบ
จำนวนต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ก่อนลงเรือเพื่อไปแข่งขัน
3.4 คณะกรรมการจัดการแข่งขัน จะไม่รับสภาพอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย หรือไม่ครบตาม
จำนวนเมื่อลงเรือเพื่อไปแข่งขัน และในระหว่างการแข่งขัน
3.5 เมื่อจบการแข่งขันในประเภทนั้น ๆ แล้ว จะต้องคืนอุปกรณ์ที่ได้รับมอบหมาย หาก
ชำรุดหรือสูญหายด้วยเหตุอันมิควร อาจพิจารณาให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้นก็ได้
















































































2 ความคิดเห็น:

Tunyawat กล่าวว่า...

ก้อดีคับ

แต่ควรจัดเรียงให้มันดูสวยงาม

หาลูกเล่นเล็กๆน้อยๆมาใส่ก้จะเป็นบล็อกที่ดี

ธัญญวัฒน์

chadaporn246 กล่าวว่า...

จัดเรียงให้ดีกว่านี้นะ